ข่าวกล่องแดงที่มีผลต่อทองคำ Forex Factory
- การประกาศอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Decisions)
- รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP)
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index – CPI)
- ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP)
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index – PPI)
- ยอดค้าปลีก (Retail Sales)
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index)
- รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Meeting Minutes)
- การจ้างงานภาคเอกชน ADP (ADP Non-Farm Employment Change)
- ดุลการค้า (Trade Balance)
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM Manufacturing PMI)
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing PMI)
- การขอรับสวัสดิการว่างงาน (Unemployment Claims)
สารบัญ
Toggleการประกาศอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Decisions)
การประกาศอัตราดอกเบี้ยถือเป็นข่าวสำคัญที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลกอย่างมาก โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) จะทำการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามสภาพเศรษฐกิจเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยมักใช้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเพิ่มการใช้จ่ายและการลงทุน
อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายและการลงทุนลดลง ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์มักจะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น ตรงกันข้าม หากอัตราดอกเบี้ยถูกปรับลด ค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง
การประกาศนี้ยังส่งผลต่อราคาหุ้น พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ นักลงทุนจึงต้องจับตามองเพื่อประเมินแนวโน้มของตลาดในอนาคต
ช่วงเวลาประกาศ:
จัดขึ้นประมาณ 8 ครั้งต่อปี ตามกำหนดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee – FOMC)
เวลา:
- ฤดูหนาว: 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 01:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
การติดตามข่าวการประกาศอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน.
รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP)
รายงาน Non-Farm Payrolls (NFP) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ โดยวัดจำนวนการจ้างงานในอุตสาหกรรมทั้งหมด ยกเว้นภาคการเกษตร รัฐบาล และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รายงานนี้จัดทำโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ และเผยแพร่ในวันศุกร์แรกของทุกเดือน
NFP เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์เข้าใจถึงสุขภาพตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวม หากตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น แสดงถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ในทางกลับกัน หากตัวเลขลดลงหรือต่ำกว่าคาดการณ์ อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมีผลกดดันต่อค่าเงิน
นอกจากนี้ รายงาน NFP ยังรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และการเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยรายได้ต่อชั่วโมง (Average Hourly Earnings) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
ช่วงเวลาประกาศ:
วันศุกร์แรกของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
รายงาน NFP เป็นข่าวสำคัญที่นักลงทุนจับตามอง เนื่องจากมีผลกระทบอย่างมากต่อความผันผวนของตลาดการเงิน และมักถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์นโยบายการเงินของ Federal Reserve (ธนาคารกลางสหรัฐฯ).
ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index – CPI)
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ประเมินอัตราเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจ โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น อาหาร พลังงาน เสื้อผ้า และค่าเช่าที่อยู่อาศัย CPI ช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) เข้าใจถึงแนวโน้มเงินเฟ้อและสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้อย่างเหมาะสม
ตัวเลข CPI ที่สูงขึ้นแสดงถึงแรงกดดันเงินเฟ้อในเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในทางกลับกัน หาก CPI ต่ำกว่าที่คาดการณ์ แสดงว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวหรือมีภาวะเงินฝืด ทำให้ Fed อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ตัวเลข CPI มีผลกระทบอย่างมากต่อตลาดการเงิน ค่าเงินดอลลาร์มักจะแข็งค่าขึ้นหากตัวเลข CPI สูงกว่าคาดการณ์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะมีท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น
ช่วงเวลาประกาศ:
ประมาณวันที่ 10-15 ของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ดัชนี CPI เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต้องติดตาม เนื่องจากสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจและมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของนโยบายการเงิน.
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการประเมินขนาดและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ GDP คำนวณจากมูลค่ารวมของสินค้าและบริการทั้งหมดที่ผลิตในประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง โดยรวมถึงการบริโภคของภาคครัวเรือน การลงทุนของธุรกิจ การใช้จ่ายของรัฐบาล และมูลค่าการส่งออกสุทธิ (ส่งออกลบการนำเข้า)
ตัวเลข GDP ที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง ในขณะที่ตัวเลขที่ลดลงหรือหดตัวแสดงถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ตัวเลขนี้มีผลโดยตรงต่อการวางนโยบายของธนาคารกลาง หาก GDP เติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ ธนาคารกลางอาจเลือกใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
GDP ยังส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐโดยตรง โดยตัวเลข GDP ที่แข็งแกร่งมักทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและดึงดูดนักลงทุน
ช่วงเวลาประกาศ:
GDP จะมีการประกาศรายไตรมาส โดยมีการประกาศตัวเลขล่วงหน้า (Advance GDP) และตัวเลขปรับปรุง (Revised GDP)
- ตัวเลข Advance GDP มักจะมีผลกระทบมากที่สุด
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
GDP ถือเป็นตัวชี้วัดหลักที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม.
ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index – PPI)
ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ประเมินอัตราเงินเฟ้อในระดับผู้ผลิต โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตขายในตลาดก่อนถึงมือผู้บริโภค ตัวเลขนี้สะท้อนต้นทุนของผู้ผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งมีผลต่อราคาขายสินค้าปลีกในอนาคต
PPI แบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่
- สินค้าโภคภัณฑ์: ราคาสินค้าหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรม
- การแปรรูปสินค้า: ราคาสินค้าที่ผ่านกระบวนการแปรรูป
- บริการ: ราคาบริการในภาคต่าง ๆ
ตัวเลข PPI ที่สูงขึ้นบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในทางตรงกันข้าม หาก PPI ต่ำกว่าที่คาดการณ์ แสดงถึงภาวะเงินฝืดหรือต้นทุนที่ลดลง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายการเงิน
PPI มีผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หากตัวเลขสูงกว่าคาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า Federal Reserve จะมีท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น
ช่วงเวลาประกาศ:
ประมาณวันที่ 11-15 ของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ดัชนี PPI เป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินแนวโน้มของราคาผู้บริโภคในอนาคต และใช้วางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ยอดค้าปลีก (Retail Sales)
ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการประเมินการบริโภคของผู้บริโภคในเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรายงานนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าการขายสินค้าปลีกของร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมทุกภาคส่วน เช่น อาหาร เครื่องแต่งกาย รถยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
การบริโภคของผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ (ประมาณ 70%) ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้น ยอดค้าปลีกจึงเป็นตัวชี้วัดที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และแสดงถึงเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว ในทางกลับกัน หากตัวเลขลดลงหรืออยู่ในระดับต่ำ อาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงหรือเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ตัวเลขยอดค้าปลีกมีผลกระทบอย่างมากต่อค่าเงินดอลลาร์ หากตัวเลขดีกว่าคาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากแสดงถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและอาจส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
ช่วงเวลาประกาศ:
ประมาณวันที่ 13-15 ของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ยอดค้าปลีกเป็นข่าวที่นักลงทุนจับตามอง เนื่องจากสามารถสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มเศรษฐกิจและการบริโภคของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว.
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index)
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index – CCI) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับการประเมินความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยดัชนีนี้จัดทำขึ้นจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ส่วนตัว สถานะการจ้างงาน และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
ดัชนีความเชื่อมั่นที่สูงขึ้นแสดงถึงความมั่นใจของผู้บริโภคในอนาคต ซึ่งส่งผลให้มีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน ดัชนีที่ลดลงบ่งชี้ถึงความกังวลของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจและอาจนำไปสู่การลดการใช้จ่าย
ตัวเลขดัชนีนี้มีผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หากดัชนีสูงกว่าคาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากแสดงถึงเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น ในทางกลับกัน ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดการณ์อาจส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์
ช่วงเวลาประกาศ:
ปลายเดือน (มักประกาศประมาณวันที่ 25-30)
เวลา:
- ฤดูหนาว: 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในตลาดการเงิน.
รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Meeting Minutes)
รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee – FOMC Meeting Minutes) เป็นบันทึกการประชุมที่จัดขึ้นทุก 6 สัปดาห์ เพื่อหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รายงานนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองและท่าทีของสมาชิก FOMC เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคต
รายงาน FOMC Minutes มักได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากเปิดเผยถึงความคิดเห็นที่สำคัญของสมาชิกคณะกรรมการ เช่น ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการจ้างงาน รายงานนี้ยังให้สัญญาณเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของนโยบายการเงิน เช่น การปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ย
ตัวเลขและเนื้อหาในรายงานอาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและตลาดการเงิน โดยเฉพาะหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ไม่คาดคิด
ช่วงเวลาประกาศ:
รายงานจะเผยแพร่ 3 สัปดาห์หลังจากการประชุม FOMC
เวลา:
- ฤดูหนาว: 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 01:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
รายงาน FOMC Meeting Minutes ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและการตัดสินใจของธนาคารกลางในอนาคต เนื่องจากสะท้อนถึงท่าทีที่แท้จริงของผู้กำหนดนโยบายการเงิน.
การจ้างงานภาคเอกชน ADP (ADP Non-Farm Employment Change)
ADP Non-Farm Employment Change เป็นรายงานการจ้างงานภาคเอกชนที่เผยแพร่โดย ADP Research Institute ซึ่งวัดจำนวนการจ้างงานในภาคเอกชนของสหรัฐฯ โดยไม่รวมภาคการเกษตร รายงานนี้เป็นตัวชี้วัดล่วงหน้าสำหรับรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls – NFP) ที่จะประกาศในวันศุกร์แรกของทุกเดือน
รายงาน ADP มีบทบาทสำคัญในการประเมินสุขภาพตลาดแรงงานของสหรัฐฯ หากตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น แสดงถึงเศรษฐกิจที่เติบโตและความต้องการแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อค่าเงินดอลลาร์ ในทางตรงกันข้าม หากตัวเลขต่ำกว่าคาดการณ์ อาจสะท้อนถึงความอ่อนแอในตลาดแรงงานและกดดันค่าเงินดอลลาร์
นักลงทุนมักใช้ตัวเลข ADP เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการคาดการณ์ตัวเลข NFP และเพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต
ช่วงเวลาประกาศ:
วันพุธแรกของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:15 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:15 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
รายงาน ADP Non-Farm Employment Change เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์จับตามอง เนื่องจากช่วยให้เข้าใจแนวโน้มในตลาดแรงงานและส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงิน.
ดุลการค้า (Trade Balance)
ดุลการค้า (Trade Balance) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ โดยวัดความแตกต่างระหว่างมูลค่าการส่งออก (Exports) และการนำเข้า (Imports) ของประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หากดุลการค้าเป็นบวก (Trade Surplus) หมายถึงมูลค่าการส่งออกสูงกว่าการนำเข้า ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ ในทางกลับกัน หากดุลการค้าเป็นลบ (Trade Deficit) หมายถึงมูลค่าการนำเข้าสูงกว่าการส่งออก
ในกรณีของสหรัฐฯ ตัวเลขดุลการค้ามักเป็นลบ เนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าสินค้ามากกว่าการส่งออก อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขขาดดุลลดลง อาจเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์ เพราะแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของการส่งออก หรือการลดลงของการนำเข้า
ตัวเลขดุลการค้ามีผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์ เนื่องจากสะท้อนถึงกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ หากดุลการค้ามีแนวโน้มดีขึ้น ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากแสดงถึงความต้องการสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
ช่วงเวลาประกาศ:
ประมาณวันที่ 5-10 ของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ตัวเลขดุลการค้าเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม และช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดการเงิน.
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI)
ดัชนี ISM Manufacturing PMI เป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตของสหรัฐฯ ซึ่งจัดทำโดย Institute for Supply Management (ISM) ตัวชี้วัดนี้รวบรวมข้อมูลจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น คำสั่งซื้อใหม่ การผลิต การจ้างงาน การจัดส่ง และสินค้าคงคลัง
ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตกำลังขยายตัว ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่า 50 หมายถึงการหดตัว ตัวเลขนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับสุขภาพของภาคการผลิตและแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากภาคการผลิตมีส่วนสำคัญในเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดัชนี ISM Manufacturing PMI มีผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรม
ช่วงเวลาประกาศ:
วันทำการแรกของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ดัชนี ISM Manufacturing PMI เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดล่วงหน้าที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ใช้ในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้น และส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในตลาดการเงิน.
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing PMI)
ดัชนี ISM Non-Manufacturing PMI เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคบริการของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นประมาณ 70% ของ GDP ตัวชี้วัดนี้จัดทำโดย Institute for Supply Management (ISM) โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคบริการ เช่น การเงิน การค้าปลีก การศึกษา และการดูแลสุขภาพ
ค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการกำลังขยายตัว ในขณะที่ค่าต่ำกว่า 50 แสดงถึงการหดตัว ดัชนีนี้ช่วยให้นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายเข้าใจถึงความเชื่อมั่นและแนวโน้มของภาคบริการ
ดัชนี ISM Non-Manufacturing PMI มีผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาดการณ์ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เพราะสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ในทางกลับกัน ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดการณ์อาจกดดันค่าเงินดอลลาร์
ช่วงเวลาประกาศ:
ประมาณวันที่ 3-5 ของทุกเดือน
เวลา:
- ฤดูหนาว: 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
ดัชนี ISM Non-Manufacturing PMI ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับการประเมินเศรษฐกิจในระยะสั้นและการเปลี่ยนแปลงในภาคบริการ ซึ่งมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในตลาดการเงิน.
การขอรับสวัสดิการว่างงาน (Unemployment Claims)
รายงาน Unemployment Claims เป็นข้อมูลรายสัปดาห์ที่แสดงจำนวนผู้ที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ ตัวเลขนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการประเมินสุขภาพของตลาดแรงงานในระยะสั้น โดยสะท้อนถึงอัตราการว่างงานในเศรษฐกิจ ตัวเลขที่สูงขึ้นบ่งชี้ถึงความอ่อนแอในตลาดแรงงาน ในขณะที่ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดการณ์แสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและการจ้างงาน
นักลงทุนใช้ข้อมูลนี้ในการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและพฤติกรรมของตลาด หากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้น เนื่องจากแสดงถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน ในทางตรงกันข้าม หากตัวเลขสูงกว่าคาดการณ์ อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและส่งผลกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์
ช่วงเวลาประกาศ:
รายงานนี้เผยแพร่ทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์
เวลา:
- ฤดูหนาว: 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
- ฤดูร้อน: 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
แม้ว่าข้อมูล Unemployment Claims จะเป็นรายสัปดาห์และมีความผันผวน แต่ก็เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ใช้ในการประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานในระยะสั้น รวมถึงเป็นข้อมูลประกอบสำหรับคาดการณ์รายงานสำคัญอื่น ๆ เช่น Non-Farm Payrolls (NFP) และอัตราการว่างงานในภาพรวม.